คืบหน้าโชเฟอร์บัสมรณะ 18 ศพ อ่วม 3 ข้อหา “ประมาท-หนี-เสพยาบ้า” ตร.เผยผู้ประกอบการโดนด้วย เตรียมตั้งข้อหาผิดกฎขนส่ง เหตุขาดตรวจสภาพรถ สืบเนื่องจากคณะทำงานจัดทำแผนและมาตรการลดการสูญเสียจากภัยบนท้องถนน ซึ่งอยู่ในโครงการ “อาสาตาจราจร” ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เก็บข้อมูลอุบัติเหตุจราจร และจัดมอบรางวัลแก่เจ้าของคลิปจากกล้องหน้ารถ ในฐานะเป็นหูเป็นตาติดตามผู้กระทำผิดได้

เช่น กรณีโศกนาฏกรรมที่สร้างความสะเทือนใจ อุบัติเหตุรถทัวร์ 2 ชั้นแหกโค้งที่ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จนมีผู้เสียชีวิต 18 ราย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา รถทัวร์นำเที่ยวหมายเลขทะเบียน 30-0161 กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นขบวนเครือญาติเถ้าแก่โรงสี แหกโค้งที่วังน้ำเขียว บริเวณมอมะกรูดหวาน ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18 ราย และได้รับบาดเจ็บ 34 คน โดยมีนายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ 44 ปี ทำหน้าที่โชเฟอร์ กลัวความผิดจึงเดินหนีไปเรื่อยๆ ระยะทางกว่า 7 กม. หลบอยู่ในป่ารอจนสว่าง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ โดยเจ้าตัวให้การว่า ไม่ได้เมาแล้วขับ แต่ตรวจพบฉี่เป็นม่วง จึงรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง

ล่าสุด ร.ต.อ.จิรวัฒน์ ประยูรพันธ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.อุดมทรัพย์ เปิดเผยว่า รถโดยสาร 2 ชั้นจดทะเบียนเมื่อ 23 ส.ค.2555 ตรวจสภาพครั้งสุดท้าย 30 มิ.ย.2560 สิ้นภาษีป้ายทะเบียน 30 มิ.ย.2561 ขณะที่ผลตรวจยืนยันพบปัสสาวะมีสารเมทแอมเฟนตามีน จึงแจ้งแล้ว 3 ข้อหา ได้แก่ ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, เมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่อยู่แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ (ก่อเหตุแล้วหลบหนี) และมีสารเสพติดในร่างกาย ส่วนข้อหาขับรถเร็วเกินกำหนดอยู่ระหว่างรอผลจากขนส่งจ.นครราชสีมา ทั้งนี้ได้ฝากขังผู้ต้องหาไปเมื่อ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา สำหรับการดำเนินคดีผู้ประกอบการ อยู่ระหว่างสอบสวนข้อมูล เพื่อพิจารณาตั้งข้อหาที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 กล่าวว่า ในส่วนของผู้ประกอบการ พบว่ารถคันเกิดเหตุไม่ได้เข้าตรวจสภาพตามที่ขนส่งกำหนด ซึ่งปกติปีละ 2 ครั้ง แต่นี่ผ่านมาปีเศษยังไม่ได้เข้ารับการตรวจ ซึ่งถือว่าผิดระเบียบขนส่ง จึงถอนใบอนุญาตรถคันดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้สั่งให้ผู้ประกอบการนำรถอีก 2 คันที่มีอยู่ เข้ามาตรวจเช็กที่ขนส่งจ.กาฬสินธุ์ และจะประสานขนส่งเพื่อดูว่า เจ้าของรถละเลยให้คนเสพยาบ้าขับรถรับจ้าง ซึ่งหากพบมีความผิดก็จะดำเนินเอาผิดเรื่องนี้ด้วย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews